พามาหาคำตอบว่าทำไมมุสลิมถึงห้ามกินหมู ?

ข้อปฏิบัติของอิสลามทำไมถึงห้ามกินหมู ศาสนาทุกศาสนาแม้จะสอนให้คนประพฤติตนเป็นคนดี ช่วยเหลือ และแบ่งปันผู้อื่น แต่ทั้งนี้แต่ละศาสนาก็มักมีข้อปฏิบัติหรือข้อห้ามในเรื่องต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไป อย่างในศาสนาอิสลามหลายคนก็มักตั้งคำถามว่า ‘ทำไมอิสลามถึงกลัวหมู ?’ ซึ่งคำถามนี้ถือเป็นคำถามที่ผิดนะคะ เพราะจริง ๆ แล้วอิสลามไม่ได้กลัวหมูแต่อย่างใด แต่คนส่วนใหญ่มักไปจำภาพมาจากตัวละคร หรือบทละครต่าง ๆ เสียมากกว่า ซึ่งข้อห้ามในเรื่อง ‘หมู’ ของอิสลามนั้น จริง ๆ แล้วเพียงแค่ห้ามไม่ให้กินหมูเท่านั้น ฉะนั้นแล้ว อิสลามจึงไม่ได้กลัวหมูอย่างที่ทุกคนกำลังคิด ส่วนคำตอบในเรื่องที่ว่า ทำไมมุสลิมถึงถูกห้ามไม่ให้กินหมูนั้น ก็เป็นเพราะ ‘พระเจ้าห้าม’ ซึ่งสิ่งที่พระเจ้าห้ามนั้นก็ย่อมเป็นประโยชน์แก่มนุษย์ โดยมุสลิมยุคก่อนก็ไม่ได้ทราบถึงเหตุผลที่แท้จริงของเรื่องนี้ เพียงแต่พวกเขาน้อมรับและปฏิบัติตามข้อบัญญัติที่มาจากพระเจ้า อีกทั้งหมูยังเป็นสัตว์ที่กินและถ่ายอยู่ในบริเวณเดียวกัน และพระเจ้าก็ได้ระบุเอาไว้ว่าหมูเป็นสัตว์สกปรก (นะญิส) สำหรับเหตุผลในการห้าม ก็เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ความศรัทธา ว่ามนุษย์อิสลามมีความศรัทธาในพระเจ้า และพร้อมจะน้อมรับในกฎระเบียบที่พระเจ้าวางไว้หรือไม่ ไม่กินตามใจปาก แต่จะเลือกพิจารณากินในสิ่งที่พระเจ้าอนุญาต นอกจากนี้ยังมีคำถามที่ว่า ในเมื่อไม่อนุญาตให้อิสลามกินเนื้อหมู แล้วพระเจ้าสร้างหมูมาทำไม ? คำตอบของข้อนี้คือแม้ว่าพระเจ้าจะสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาหลากหลายชนิด แต่ไม่ใช่ว่าสัตว์ทุกชนิดจะเกิดมาเพื่อเป็นอาหารสำหรับมนุษย์ทั้งหมด สัตว์บางชนิดเลือกกินแค่พืช แต่สัตว์บางชนิดก็ต้องเกิดมาเพื่อกินเนื้อ และรักษาความสมดุลของระบบนิเวศน์ แต่ในกรณีนี้ก็ต้องคำนึงถึงสิ่งที่พระเจ้าคัดสรร หากสิ่งไหนเป็นข้อห้ามก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามนั่นเอง นอกจากหมูแล้วในศาสนาอิสลาม ยังมีอาหารประเภทอื่น… Continue reading พามาหาคำตอบว่าทำไมมุสลิมถึงห้ามกินหมู ?

ความรู้ใหม่ คนมุสลิมลงทุนในกิจการ การพนัน และ หมู ไม่ได้

การเลือกปฏิบัติทางการเงินกับชาวมุสลิมในสหราชอาณาจักรหรือไม่? ชาวมุสลิมมีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรประมาณ 30 ล้านปอนด์ทุกปี แต่มีจำนวนมากที่เลือกไม่ใช้แผนบำนาญของรัฐบาลเนื่องจากพวกเขาคิดว่าได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายอิสลาม นายอิบราฮิม ข่าน และ โมห์ซิน ปาเตล ผู้ให้ความช่วยเหลือและบริการแก่ชาวมุสลิมในสหราชอาณาจักร สำหรับการลงทุนการเงินและการเดินทางของผู้ประกอบการโดยทั้งสองคนต้องการยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมในการดำรงชีวิตของชาวมุสลิมให้ดีขึ้น TRT World ช่องข่าวของประเทศตุรกี ได้มีโอกาสพูดคุยกับอิบราฮิม ข่านในหลายประเด็นตั้งแต่การเลือกปฏิบัติทางวัฒนธรรมในที่ทำงานไปจนถึงการยกเว้นบัญชีธนาคารและการไม่มีผลิตภัณฑ์บำนาญของอิสลาม “เป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างยิ่งที่ชาวมุสลิมในสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นหนึ่งในสามของมุสลิม 600 คนที่เข้าร่วมการสำรวจความคิดเห็นของเราไม่มีเงินบำนาญ และในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ไม่มีเงินบำนาญเข้าหลักฮาลาล (การกระทำที่ศาสนาได้อนุมัติ)”  อิบราฮิมกล่าวอธิบายถึงการเลือกปฏิบัติทางการเงินต่อชาวมุสลิม ต่อชุมชนขาดหายไปเมื่อไม่มีกองทุน สถานที่ทำงานที่สอดคล้องกับศาสนาอิสลาม ผู้ตอบแบบสอบถามอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าพวกเขาไม่มีเงินบำนาญและในจำนวนนั้น 80 เปอร์เซ็นต์แสดงความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามหลัก ชะรีอะห์ (ระบบการการเงินที่อยู่ภายใต้กรอบหลักศาสนาอิสลาม) กองทุนบำเหน็จบำนาญอิสลามทำงานในลักษณะเดียวกันกับกองทุนทั่วไปยกเว้นว่า กองทุนบำเหน็จบำนาญของอิสลามใช้เงินในการลงทุนที่สอดคล้องกับชาริอะห์เท่านั้น กล่าวคืออยู่ภายใต้กรอบของหลักศาสนาอิสลามซึ่งรวมถึงการยกเว้นการลงทุนในแบรนด์แอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมู ภาพอนาจาร การพนัน เช่น Baccarat, Slot, Roulette ฯลฯ อุปกรณ์ทางทหารหรืออาวุธ และการลงทุนที่เป็นไปตาม Shariah (ชาริอะห์) นั้นจะต้องไม่มี Riba (ดอกเบี้ย) และ Gharar (การเก็งกำไร) ร้อยละ 40… Continue reading ความรู้ใหม่ คนมุสลิมลงทุนในกิจการ การพนัน และ หมู ไม่ได้

ฮัจญ์ คืออะไร ทำไมมุสลิมต้องไปฮัจญ์ ?

พิธีฮัจญ์ ศาสนกิจสำคัญของอิสลามทั่วโลก      การประกอบพิธีฮัจญ์ หรือ บูวะฮายี ตามภาษามลายูของชาวปัตตานี คือการเดินทางไปปฏิบัติศาสนากิจที่นครมักกะห์ อันเป็นเมืองที่ท่านศาสนามุฮัมมัด ได้เริ่มประกาศศาสนาอิสลาม ในเดือนซุลฮิจญะฮ์ (เดือน 12 ตามปฏิทินฮิจเราะห์) ตามวัน เวลา และสถานที่ต่าง ๆ ที่ทางศาสนาอิสลามได้กำหนอาไว้ ซึ่งศาสนากิจในข้อนี้ถือเป็นหน้าที่สำคัญที่ชาวมุสลิมทั้งชายและหญิงทุกคน ที่มีความพร้อมทางด้านร่างกายและทรัพย์สิน ควรจะต้องเดินทางไปสักครั้งในชีวิต                ซึ่งผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในศาสนาอิสลามจำเป็นต้องปฏิบัติตามหลักห้าประการของศาสนา ซึ่งหลักห้าประการจะประกอบไปด้วย ปฏิญาณ, นมัสการ, ศีล, ทาน และบำเพ็ญพิธีฮัจญ์ ย่อมได้ชื่อว่ามุสลิม ที่หมายถึงผู้สยบต้นหรือผู้ที่นอบน้อมตน โดยปัจจัยหลักของการประกอบพิธีฮัจญ์นั้น คือการสร้างมิตรภาพที่ดีระหว่างมุสลิมทั่วโลก ที่แต่ละคนมักมีเชื้อชาติ ถิ่นฐาน และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป ได้มารวมตัวกัน และได้ใช้ชีวิตในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อร่วมกันปฏิบัติศาสนากิจที่มีเป้าหมายเดียวกับ นั่นก็คือ อัลลอฮ์ ซึ่งในช่วงฉัจญ์ ชามมุสลิมทั่วโลกจะเดินทางไปที่ซาอุดีอาระเบีย ก่อนอื่นต้องเริ่มด้วยการทำอิหรอม คือ การตั้งใจว่าจะทำพิธีฮัจญ์ ก่อนการเข้าไปยังแผ่นดินหะรอมซึ่งเป็นแผ่นดินต้องห้าม                โดยจะต้องจะต้องปฏิบัติตามกฎต่าง ๆ เช่น การไม่สมสู่ ไม่ล่าสัตว์ในแผ่นดินหะรอม… Continue reading ฮัจญ์ คืออะไร ทำไมมุสลิมต้องไปฮัจญ์ ?

คำถามยอดฮิตทำไมมุสลิมต้องเข้าการเข้าสุหนัต ?

ทำไมมุสลิมชายต้องเข้าพิธีสุหนัต ‘การเข้าสุหนัต’ เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่มุสลิมชายทุกคนจะต้องเข้าร่วม ซึ่งในวารสารสมาคมแพทย์มุสลิม ได้รายงานกิจกรรมในปี 2554-2556 โดยให้ข้อมูลเอาไว้ว่า การเข้าสุหนัตของเด็กชายไทยมุสลิม มีชื่อเรียกเป็นภาษาถิ่นมลายูว่า ‘มาโซะยาวี’ ซึ่งหมายถึงการตัดหรือการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยเพศเพื่อการเป็นมุสลิม ซึ่งประเพณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลของศาสนาอิสลาม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นสำหรับมุสลิมชาย เนื่องจากเป็นหลักปฏิบัติที่สืบต่อกันมาจากท่านศาสดามุฮัมมัด และการขลิบนั้นมีรากฐานทางประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่ในยุคอียิปต์โบราณ โดยวิธีการขลิบในสมัยก่อนจะถูกเรียกว่า ‘Abraham’s method’ ทำโดยการใช้ไม้หนีบคีบที่บริเวณหนังหุ้มปลายให้ยืดออกมาพอประมาร จากนั้นจึงใช้ของมีคมในสมัยนั้นตัดผ่านผิวหนังหุ้มอย่างรวดเร็ว และปล่อยให้เลือดหยุดไหลเอง มีความหมายว่า คิตาน ที่เป็นภาษาอาหรับมีรากศัพท์มาจากคำว่า Khatana หรือ Cut ตามภาษาอังกฤษ ท่านนบีมูฮัมหมัดได้กล่าวไว้ว่า ห้าอย่างที่เป็นธรรมชาติอันบริสุทธิ์ นั่นคือการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศชาย,การโกนขนในร่มผ้า,การตัดเล็บ,การถอนขนรักแร้และการขลิบหนวด” ซึ่งจากหะดีษนี้ถือว่าการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศเป็นแบบฉบับอันดีงามของนบีที่ได้รับการยืนยัน ในขณะที่อิมามซาฟีอีและอิมามอะหมัด อิบนุฮัมบัลถือว่าเป็นหน้าที่สำหรับมุสลิมทุกคน ซึ่งการขลิบหนังปลายอวัยเพศชายท่านนบีแนะนำว่าให้ทำการขลิบตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ดังนั้น มะวาร์ดีจึงแนะนำว่าควรจะทำเมื่อเด็กเกิดได้ครบ 7 วัน แต่ก็อนุญาตให้เลื่อนออกไป 40 วัน จนถึงอายุ 7 ขวบได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพของทารกและเด็กในขณะนั้น จำเป็นต้องทำทุกคนหรือไม่ ? สำหรับคำตอบของเรื่องนี้ก็คือ ‘ไม่จำเป็น’ เพราะมีข้อห้ามทางการแพทย์บางประการ ระบุเอาไว้ว่าหากเด็กผู้ชายที่เป็นโรคเลือดหยุดยาก, เด็กที่รูเปิดของท่อปัสสาวะผิดที่ หรือมีรูเปิดอยู่ด้านบน ก็สามารถปรึกษาแพทย์ได้ก่อนทำ… Continue reading คำถามยอดฮิตทำไมมุสลิมต้องเข้าการเข้าสุหนัต ?

7 เหตุผลทำไมมุสลิมต้องอ่านอัลกุรอาน ?

ในศาสนาอิสลามมีคัมภีร์ที่เรียกว่า ‘อัลกุรอาน’ (สามารถอ่านได้ 2 แบบ คือ โก้หร่าน หรือ โกหร่าน) มีความหมายว่าการอ่าน โดยอัลกุรอาน คือ คำพูดของอัลลอฮ์ที่ได้ถูกประทานลงมาให้กับนบีมูฮำหมัด ซึ่ง 7 เหตุผลที่มุสลิมทุกคนต้องอ่านอัลกุรอาน มีดังนี้ 1. อัลกุรอานเลียนแบบไม่ได้ อัลลอฮ (ซ.บ.) ท้าให้เราหาข้อหักล้างกุรอาน ซึ่งนบีกล่าวว่า มนุษย์ไม่สามารถเขียนหนังสือเช่นนี้ได้ แม้ว่าจะใช้ความรู้ที่มีอยู่ทั้งหมดในโลกนี้ หรือจะใช้วิญญาณต่าง ๆ มาช่วยก็ตาม ซึ่งอัลกุรอานถูกเขียนไว้กว้าพันสี่ร้อยปีมาแล้ว และยังไม่มีใครหาข้อหักล้างความรู้ต่าง ๆ ได้เลย แม้จะมีหนังสือเป็นพันล้านเล่มแต่ก็ไม่มีเล่มไหนที่เหมือนกับอัลกุรอาน 2. อัลกุรอานไม่ถูกดัดแปลง เป็นหนังสือศาสนาเพียงเล่มเดียวที่มีมาอย่างยาวนานและยังคงบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกรักษาไว้ ไม่มีการแต่งเติม สอดแทรก และไม่ถูกลบออกเลบนับตั้งแต่ได้มีโองการลงมายังนบี (ซ.ล.) 3. อัลกุรอานไม่มีต่อจากนี้ กุรอานเป็นการเผยโองการต่าง ๆ ของพระเจ้าครั้งสุดท้าย หรือเรียกว่าเป็นคัมภีร์เล่มสุดท้ายที่พระเจ้าประทานให้ จะไม่มีคัมภีร์จากพระเจ้าลงมาอีกหลังจากนี้ 4. อัล-กุรอาน โต้แย้งไม่ได้ กุรอานทนทานต่อการทดสอบและพิสูจน์ต่าง ๆ มาอย่างยาวนาน ซึ่งไม่มีใครสามารถโต้แย้งความจริงของหนังสือเล่มนี้ได้… Continue reading 7 เหตุผลทำไมมุสลิมต้องอ่านอัลกุรอาน ?

เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ต้องทำอย่างไร ?

‘ศาสนา’ ถือเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคน และทุกศาสนาก็ยังมีหลักคำสอนที่ชี้นำให้เราสร้างความดี ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เกิดมาพร้อมกับศาสนาที่นับถือตามบรรพบุรุษ แต่เมื่อหลาย ๆ คนได้เริ่มต้นการใช้ชีวิตและได้ลองศึกษารายละเอียดของศาสนาอื่น ๆ ก็อาจะทำให้เกิดความเลื่อมใสจนอยากจะเปลี่ยนไปนับถืออีกศาสนาหนึ่ง โดยศาสนาอิสลามก็ถือเป็นอีกหนึ่งศาสนาที่มีหลักคำสอนและข้อปฏิบัติที่น่าเลื่อมใสศรัทธา จนทำให้ใครหลายคนที่ได้เข้ามาศึกษาความเป็นมอย่างถ่องแท้มีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนศาสนา ซึ่งการเข้ารับอิสลามคือการขจัดบาปเก่าที่ติดตัวมา มุสลิมใหม่เปรียบเสมือนผู้บริสุทธิ์เช่นเดียวกับเด็กแรกคลอด มุสลิมควรพยายามสุดความสามารถเพื่อรักษาตนเองให้บริสุทธิ์ตลอดเวลาด้วยการทำความดี และวันนี้เราก็ได้รวบรวมข้อปฏิบัติในการเปลี่ยนศาสนามาฝากทุกคนกัน 1. ศึกษาและสำรวจให้แน่ใจว่าการเป็นมุสลิมคืออะไร ซึ่งข้อปฏิบัติแรกของการเป็นมุสลิม คือมีความเชื่อว่าอัลลอฮฺเป็นพระเจ้าเพียงองค์เดียว เป็นผู้สร้างและทรงอำนาจสูงสุด เป็นผู้เดียวที่สมควรแก่การกราบไหว้ และอถทิศตนกระทำความดีเพื่อพระองค์ โดยไม่มีสิ่งอื่นใดมาเทียบได้ อีกทั้ง อิสลามยังเป็นศาสนาที่ดำเนินตามกฎหมายแห่งธรรมชาติ และใกล้ชิดวิถีชีวิตของผู้สร้างมากที่สุด 2. อ่านพระคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งคัมภีร์นี้เป็นแหล่งรวมคำสอนของหลักศาสนาอิสลาม เชื่อกันว่า พระคัมภีร์อัลกุรอานเป็นพระวจนะของพระเจ้าที่ไม่เคยถูกบิดเบือน อีกทั้ง ยังสนับสนุนพระคัมภีร์ของชาวคริสต์และชาวยิวที่มีมาก่อนได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งการอ่านอัลกุรอานจะทำให้สามารถเข้าใจเรื่องราวประวัติศาสตร์รวมไปถึงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของศาสนาได้ 3. เข้ารับคำแนะนำจากอิหม่าม เกี่ยวกับการอุทิศตนเพื่อศาสนาอิสลาม 4. ปฏิญาณตน หากมีความมั่นใจว่าพร้อมจะอุทิศตนเพื่อศาสนาอิสลามแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือการกล่าวชะฮาดะฮฺ ซึ่งเป็นคำปฏิญาณตนสั้น ๆ เพื่อประกาศการเดินตามพระประสงค์ของอัลลอฮฺด้วยวาจา หลังจากกาปฏิญาณตนก็จะกลายเป็นมุสลิมเต็มตัว 5. การเป็นสมาชิกในแวดวงมุสลิมอย่างเป็นทางการ คือการชวนพี่น้องมุสลิมมาเป็นพยานในการปฏิญาณตน แต่จริง ๆ แล้วการกล่าวชะฮาดะฮฺ สามารถทำได้โดยลำพัง ด้วยความเข้าใจ… Continue reading เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ต้องทำอย่างไร ?

มุสลิมมีข้อห้ามในการทำหมันหรือไม่ ?

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับการทำหมันเสียก่อน ซึ่งการทำหมันเป็นวิธีการทางการแพทย์หลายวิธีเพื่อใช้ในการคุมกำเนิด โดยมีเจตนาเพื่อไม่ให้บุคคลลนั้นทำการสืบพันธุ์ต่อไปได้ โดยวิธีการทำหมันจะมีทั้งการผ่าตัดและไม่ผ่าตัด สามารถทำได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย   ซึ่งหลายคนอาจเกิดคำถามว่าจริง ๆ แล้ว ‘การทำหมัน’ เป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักการของศาสนาหรือไม่ ทำแล้วจะถือว่าเป็นเรื่องบาปไหม วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคน โดยเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 1962 นักนิติศาสตร์อิสลามชั้นอาวุโสคนหนึ่งได้มีการเขียนบทความเอาไว้ในนิตยสาร ‘ลิวาอุลอิสลาม’ ออก ณ กรุงไคโร ระบุไว้ว่า “และสูเจ้าอย่าได้ฆ่าลูก ๆ ของสูเจ้า อันเนื่องจากกลัวความไร้ยาก เราเป็นผู้ให้เครื่องยังชีพแก่สูเจ้า และเขาเหล่านั้น (ลูก ๆ )” อัลอันอาม อายะฮ ที่ 151 และ “สูเจ้าอย่าฆ่าลูก ๆ ของสูเจ้า เพราะเกรงความยากไร้ เราให้เครื่องยังชีพแก่เขาเหล่านั้นและสูเจ้า” อัล-อิสรออ อายะฮที่ 31 ซึ่งจากบทความของอายะฮทั้งสองนั้น ท่านมีความเห็นตรงกันว่า “ห้ามการควบคุม หรือระงับการสืบพันธุ์ด้วยการทำหมัน หรือด้วยวิธีอื่น เพราะเกรงความยากไร้ หรือเกรงว่าจะเป็นสาเหตุแห่งความยากไร้” แต่ในขณะเดียวกันนักปราชณ์มุสลิม ก็มีความเห็นว่า การทำหมันเป็นข้อความตามบัญญัติที่กำหนดเอาไว้… Continue reading มุสลิมมีข้อห้ามในการทำหมันหรือไม่ ?

เมาลิดนบี วันสำคัญของชาวมุสลิม

ทุก ๆ ศาสนาล้วนมีวันสำคัญทางศาสนาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเทศกาลที่จัดขึ้นส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นการเฉลิมฉลองเหตุการณ์สำคัญใดเหตุการณ์หนึ่ง เช่นเดียวกันกับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ก็จะมีการเฉลิมฉลองที่เรียกว่า ‘เมาลิดนบี’ เกิดขึ้น ซึ่งคำว่า ‘เมาลิด’ หากแปลตรงตัวก็จะมีความหมายถึงเวลา หรือสถานที่นั้นย่อมอยู่ในส่วนขยายภายในประโยค ฉะนั้น คำว่า “เมาลิดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม คือเมืองมักกะฮฺ” ในประโยคนี้ก็จะต้องหมายถึงสถานที่เกิดของท่านนบีอย่างแน่นอน แต่หากกล่าวว่า “เมาลิดของท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม นั้นคือวันจันทร์ เดือนรอบีอุลเอาวัล ปีช้าง” คำว่าเมาลิด ในที่นี้จะต้องแปลว่าวันเกิดของท่านนบีนั่นเองค่ะ   ฉะนั้น วันเมาลิดนบี จึงหมายถึง วันคล้ายวันประสูติของท่านนบีมูฮัมหมัด (ซล.) (ศาสดาของศาสนาอิสลาม) จะตรงกับวันที่ ๑๒ เดือนรอบีอุลอาวัล ซึ่งเป็นเดือนที่ ๓ ตามปีปฏิทินอิสลามฮิจเราะห์ศักราชที่ ๑๔๓๑ ซึ่งมุสลิมทั่วโลกจะมีการจัดงานเพื่อรำลึกถึงท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ,ล.) ทั้งยังมีการนำชีวประวัติของท่านศาสดาตั้งแต่วันประสูติจนถึงวันวากาฟ (ถึงแก่กรรม) มานำเสนอหลากหลายรูปแบบ อาทิ การนำบทกวี (บัรซัญญี ) ที่กล่าวถึงชีวประวัติของท่านมาอ่าน เพื่อนำมาเป็นแนวทางของการดำเนินชีวิตแก่มุสลิม… Continue reading เมาลิดนบี วันสำคัญของชาวมุสลิม

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!